เช็คด่วน 7 จุดสำคัญของรถยนต์ ที่ควรเช็คก่อนเดินทางไกล

เช็คด่วน! 7 จุดสำคัญของรถยนต์ ที่ควรเช็คก่อนเดินทางไกล

ใกล้วันหยุดยาว หลายคนคงมีแผนเดินทางกลับบ้านเกิด หรือเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด

ใครที่มีรถส่วนตัว วันนี้ ทีมงาน ABT SMART ผู้นำด้านความปลอดภัยรถยนต์ ขอแนะนำการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ 7 ตำแหน่งสำคัญ เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่น
ไม่ต้องหัวเสียเพราะปัญหาที่ไม่คาดคิด

 

 

1.เช็คยาง

     ยางเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญที่สุดในตัวรถ เพราะถ้ารถไม่มียางก็วิ่งไม่ได้ ต่อให้เป็นนักขับรถระดับโลก ขับรถปล้นของรถบรรทุก ขับไล่จับนักค้ายา ดริฟท์กลางกรุงโตเกียว ดิ่งพสุธาลงมาขับรถต่อ ก็ยังต้องใช้ยางอยู่ดี
     ดังนั้นเราควรตรวจสอบยางทุกครั้ง ทั้งลมยาง และดอกยาง อย่างแรก ตรวจสอบลมยางก่อนว่ามีปริมาณลมตรงกับมาตรฐานที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งรถทุกคัน จะมีข้อมูลปริมาณลมยางที่เหมาะสมบอกไว้อยู่ อีกสิ่งหนึ่งคือ ดอกยาง ไม่ต้องประหยัดมากจนเกินไป เพราะหากดอกยางหมด โอกาสที่รถจะเกาะถนนไม่อยู่มีสูงมาก เสี่ยงที่รถจะเกิดอาการไถล หรือถ้ายางปริจนใกล้จะระเบิดก็ควรเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน ไม่อย่างนั้นยางระเบิดรถคว่ำ อาจถึงแก่ชีวิตได้เลยนะ! ต่อให้เป็น ‘โดมินิค ทอเร็ตโต้’ ก็เถอะ...

 

 

2. เช็คผ้าเบรค

     เบรคคืออีกส่วนที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ ถ้าไม่มีเบรคแล้วรถจะหยุดได้ยังไงจริงไหม?
จากสถิติ เป็นที่น่าตกใจว่า คนไทยส่วนมากไม่ค่อยให้ความสำคัญกับผ้าเบรค และอุบัติเหตุที่เกิดเป็นสถิติทุกปี สืบได้จากผ้าเบรคไม่ได้อยู่ในสถานะพร้อมใช้งาน...
แค่คิดเล่นๆ ก็เสียวสันหลัง ลองคิดดูว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดแล้วเบรกไม่อยู่ละครับ บรื้ยยย!!

 

3 เช็คน้ำมันเครื่อง

     ถ้าไม่อยากเจอกับความวินาศสันตะโรถึงขั้น “ยกเครื่องใหม่” ก็ควรเช็ค ‘น้ำมันเครื่อง’ นี่แหละ
     เพราะหากขาดน้ำมันเครื่องแล้ว เครื่องยนต์จะขาดน้ำมันเครื่องไปหล่อลื่นลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ปัญหาต่างๆ ทั้งลูกสูบติด ฝาสูบโก่ง เครื่องความร้อนขึ้น ชาร์ปละลาย (แผ่นปะกับที่รองระหว่างข้อเหวี่ยงกับก้านสูบ) ทุกปัญหาเกิดจากการขาดน้ำมันเครื่องทั้งนั้น!
     การตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องทำได้ไม่ยาก ง่ายๆ แค่เปิดกระโปรงรถเปิดมองหาตำแหน่งจุดตรวจสอบน้ำมันเครื่อง จะมีก้านพลาสติกให้ตรวจสอบ ดึงออกมาแล้วดูว่าจุดของน้ำมันเครื่องอยู่ในตำแหน่ง L หรือ Low หรือเปล่า ถ้าใช่ก็เติมด่วน อย่ารอจนถึงครบรอบถ่ายน้ำมันเครื่องค่อยเปลี่ยนเลย มันเสี่ยงไป!

 

4 เช็คระบบหล่อเย็น (หม้อน้ำ)

     “เครื่องร้อนเกินพังนะ” อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องตรวจสอบ ไม่แพ้เรื่องอื่นก็คือระบบหล่อเย็นหรือหม้อน้ำในตัวรถที่อยู่ในเครื่องยนต์ เราควรตรวจสอบการทำงานของระบบหล่อเย็นเสมอทุกครั้ง เช็คดูว่าในระบบหล่อเย็นยังทำงานดีอยู่ไหม หรือน้ำในหม้อน้ำยังมีน้ำอยู่ไหม
     แม้รถรุ่นใหม่หากเข้าศูนย์สม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องกังวลเพราะศูนย์จะเติมให้ตลอด แต่เช็คสักนิด ก่อนเดินทางก็ดี ถ้าหากเห็นหม้อน้ำมีปริมาณน้ำลดลงมากกว่าปกติ นี่คือสัญญาณที่บอกว่าคุณต้องตรวจสอบก่อนเดินทางไกลอย่างด่วน ไม่อย่างนั้น อาจจะได้จอดรถกินข้าวข้างทางอย่างแน่นอน...

 

5 เช็คไฟส่องสว่างของรถทุกตำแหน่ง

     ไฟส่องสว่าง ได้แก่ ไฟหน้ารถ ไฟสูง ไฟท้าย ไฟเลี้ยวทั้งสองข้างซ้ายขวา หน้าหลัง และไฟเบรคทั้งสองข้าง อย่าลืม อย่ามักง่าย เช็คดีๆ ว่าติดและพร้อมใช้งานนะ เพราะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ ใช้แทนปากของเราให้รถคันอื่นได้รับรู้ เช่น ไฟเลี้ยวที่ต้องส่งสัญญาณบอกคนอื่นว่าเราจะเลี้ยวก็สำคัญ บางจุดคุณจะกลับรถแต่ไฟเลี้ยวเสีย รถคันอื่นที่ตามมาหลังคุณมา เขาไม่สามารถเข้าใจคุณได้อย่างแน่นอนว่าจะเลี้ยวหรือจะหยุด?

 

 

6 เช็คแบตเตอรี่

     “แบตหมด” คือ จุดจบของการเดินทาง รถยนต์ใช้แบตเตอรี่สตาร์ทเครื่อง ถ้าแบตหมดรถก็สตาร์ทไม่ติด จบไหม?! วิธีตรวจสอบแบตเตอรี่ของรถ คือ ใช้เครื่องมือวัดโวลต์ของแบตรถยนต์ซึ่งหาซื้อมาได้ไม่ยาก
     ถ้าสตาร์ทติดยากแล้วเป็นรถที่ใช้มานานเกินสองปีแล้ว สันนิษฐานเบื้องต้นได้เลยว่า แบตหมด หากมีอุปกรณ์วัดโวลต์ไฟแบบพกพาก็สามารถเอามาช่วยตรวจสอบได้เพื่อความชัวร์ ถ้าแรงดันไฟต่ำกว่า 11 โวลต์ โอกาสสตาร์ทไม่ติดมีสูง แต่ถ้าแรงดันอยู่ที่ 13.8 – 14.2 โวลต์ ถือว่าปกติ

 

 

7 เช็คของเหลวอื่นๆ

     นอกจากนี้ในรถยังมีของเหลวอื่นๆ ที่สำคัญนอกจากน้ำมันเครื่อง และน้ำหล่อเย็น ได้แก่ น้ำมันเบรค, น้ำมันคลัทช์, น้ำมันเกียร์ หรือน้ำมันพาวเวอร์ (มีผลในการควบคุมพวงมาลัย) เปิดใต้กระโปรงมา (ใช่..กระโปรงรถ) จะเห็นกระปุกน้ำมันต่างๆ ตั้งอยู่
     ถ้าไม่รู้ว่าจุดไหน เปิดคู่มือของรถเลย ในนั้นมีบอกไว้อย่างละเอียด ส่วนน้ำยาแอร์ แม้จะไม่มีผลต่อการขับขี่ แต่ก็มีผลต่อความสบาย ถ้าแอร์ไม่เย็น แล้วต้องเดินทางในจุดที่ร้อนจัดๆ แอร์พัง นี่ชีวิตก็พังด้วยน้าา ถ้ารู้สึกว่าแอร์ไม่เย็นก็เติมน้ำยาแอร์ก่อนออกเดินทาง จะได้สบายกายสบายใจตลอดทริป และสุดท้ายนี้

     ขอให้ทุกท่านขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท ตั้งสติก่อนสตาร์ท เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยและถึงจุดหมายอย่างมีความสุขนะครับ